EFM104.5
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ไม่น่าเชื่อว่า ระยะเวลา 22 ปีหลังจากภาคแรก Mission: Impossible จะเดินทางมาถึงจุดที่หนังขึ้นแท่นเป็นหนังสายลับที่ดีที่สุดเท่าที่มีมาได้สำเร็จ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วกับหนังชุดนี้ หลังจากหยิบเอาทีวีซีรีส์เรื่องดังกลับมารีเมกเมื่อปี 1996 เส้นทางของแฟรนไชส์นี้ก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆไล่ตั้งแต่ภาคสามเป็นต้นไป จนพิสูจน์ได้ว่า หนังไม่ได้มีเพียงฉากแอ็กชันที่เน้นเว่อร์เกินจริงเท่านั้น แต่หนังยังมีทีมสายลับที่มีหัวใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกด้วย และนี่คือจุดแข็งที่ทำให้ Mission: Impossible ประสบความสำเร็จ


       ในหนังภาคนี้ เริ่มต้นด้วยภารกิจที่ อีธาน ฮันต์ (Tom Cruise) เลือกช่วยชีวิตสมาชิกในทีม ทำให้เขาต้องสูญเสียพลูโตเนียมในการครอบครองไป ทำให้สิ่งนี้หลุดไปอยู่ในมือคนร้ายที่หวังจะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างโลก นำไปสู่ภารกิจใหม่ของฮันต์และทีม แต่ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย เมื่อทาง CIA ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝีมือดี (รับบทโดย Henry Cavill จากซูเปอร์แมน) มาประกบ แถมด้วยการผสมโรงของ อิลซ่า (รับบทโดย Rebecca Ferguson นางเอกจากภาคที่แล้ว) สายลับของอังกฤษ ที่มาพร้อมกับภารกิจลับจากรัฐบาลตัวเองเช่นกัน

       คงจะไม่เกินจริงเลย ถ้าจะบอกว่าตลอด 2 ชั่วโมง 30 นาทีของหนังเรื่องนี้ เข้มข้นแทบทุกวินาที (ใช่แล้ว หนังยาวถึงสองชั่วโมงครึ่ง) ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่หนังจะตรึงคนดูได้ตลอดเวลาขนาดนี้ แต่หนังเรื่องนี้ทำได้ โดยเฉพาะภารกิจขนาดยาวในชั่วโมงสุดท้าย ที่ระทึกขีดสุด เป็นการบีบอารมณ์แบบที่ เอาชนะหนังทั้ง 5 ภาคแรกได้แบบสบายๆเลย

       ในแง่ของฉากแอ็กชัน มันคงเป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะดีไซน์แต่ละฉากให้เว่อร์ชนะภาคก่อนๆ (อย่างฉากปีนตึกเบิร์จ คาลิฟา อะไรจะแซงหน้าได้ละ) แต่หนังเรื่องสร้างฉากแอ็กชันให้บีบอารมณ์มากยิ่งกว่า ซึ่งดูจะเป็นทางออกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หนังมีฉากแอ็กชันซีนใหญ่ๆประมาณ 3 ฉากที่โคตรสนุก และทำถึง แม้จะไม่แปลกใหม่ แต่ทำถึงมากๆ อาทิ ฉากที่เอาทอม ครูซ ไปขับมอเตอร์ไซด์หนีคนร้ายในปารีส ไม่มีอะไรแปลกเลย แต่ทำถึงมาก ถ้าฉากทอม ครูซ วิ่งไล่คนร้าย ซึ่งมีทุกภาค แต่ภาคนี้ย้ายไปอยู่บนดาดฟ้าในลอนดอน ก็ทำถึงมาก จนเอาชนะภาคก่อนๆได้ไม่ยาก

       แต่ในแง่ที่ทำให้ Mission: Impossible ภาคนี้ เอาชนะทั้ง 5 ภาคก่อนหน้านี้ได้ คือบท ซึ่งความดีความชอบ ต้องแบ่งออกมาเป็น 2 องค์ประกอบสำคัญ อย่างแรกคือในแง่ของการเป็นหนังสายลับ บทหนังสร้างให้ภาคนีี้้ กลายเป็นหนังสายลับที่คาดเดาไม่ได้ มีการพลิกไปพลิกมา เล่นเกมการเมืองกันอย่างสนุกสนาน และอย่างที่สองคือ หนังสร้างให้ อีธาน ฮันต์ เป็นสายลับที่มีหัวจิตหัวใจ แคร์คนรัก แคร์คนในทีม แม้หนังจะฉากแอ็กชันเว่อร์เกินมนุษย์ แต่พระเอกคือตัวอย่างตัวละคร ที่มีความเป็นคนมากๆ และหนังทำให้เรายิ่งตกหลุมรัก อีธาน ฮันต์ มากขึ้นเรื่อยๆ

       Mission: Impossible ไม่ใช่หนังสายลับเดี่ยวๆ แต่มันคือหนังสายลับที่ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เช่นเดียวกับคนเบื้องหลัง แม้หนังจะดูเป็นหนังโชว์ออฟพระเอกอย่าง Tom Cruise แต่หนังก็เปิดโอกาสให้ทุกตัวละครได้เฉิดฉายบนจอ ทุกตัวดูมีเสน่ห์ และมีฉากของตนเองทุกคน โดยเฉพาะ 4 ตัวละครหญิงในภาคนี้ แต่ละตัวมีบทสำคัญที่ต่างกันไป แต่แสดงพลังในแบบตัวเองได้ดีเยี่ยม

       สรุปแล้ว Mission: Impossible – Fallout คือหนังที่ลงตัวมากหนึ่งเริื่อง หนังเป็นส่วนผสมของบทที่ดีและฉากแอ็กชันที่เข้มข้น กลายเป็นหนังสายลับที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเรื่องนึง แน่นอนว่าหนังดีที่สุดในบรรดาทั้ง 6 ภาค และขึ้นแท่นหนังฟอร์มยักษ์ที่ดีที่สุดใน 7 เดือนแรกของปีนี้อย่างสบายๆ

(ให้ 10 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM1045

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD