EFM104.5
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของภาพยนตร์ Mamma Mia ! แบบพอดิบพอดี แฟนเพลงของ ABBA และแฟน Mamma Mia ทั้งจากเวอร์ชั่นละครเวทีและเวอร์ชั่นหนัง ก็เหมือนได้รับของขวัญชิ้นพิเศษ เมื่อค่ายยูนิเวอร์แซลได้สร้าง Mamma Mia ! Here We Go Again ออกมา ภาพยนตร์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งภาคต่อและภาคก่อนหน้า ของ Mamma Mia ! ต้นฉบับ ซึ่งกลับมาพร้อมกับเพลงฮิตของ ABBA ที่ฟังกี่ที ก็ยังคลาสสิค และทันสมัยไร้กาลเวลามากๆ

       Mamma Mia ! Here We Go Again เล่าเหตุการณ์ในสองช่วงเวลาไปพร้อมๆกัน หนังทำหน้าที่เป็นภาคต่อ ด้วยการเล่าเรื่องราวของ โซฟี ที่พยายามสานฝันของคุณแม่ให้สำเร็จ ด้วยการปัดฝุ่นโรงแรมของดอนน่า และพยายามจะเปิดกิจการสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน หนังก็ทำหน้าที่เป็นภาคก่อนหน้าไปในตัว ด้วยการพาผู้ชมย้อนกลับไปในปี 1979 สมัยที่ดอนน่า คุณแม่ของโซฟียังวัยรุ่น สาวช่างฝันที่พร้อมเดินทางไปทั่วโลก เพื่อใช้ชีวิต แต่แล้วระหว่างทาง เธอก็ได้รู้จักกับผู้ชายถึง 3 คน กลายเป็นเรื่องราวความรัก ที่นำไปสู่เหตุการณ์ในหนังภาคแรก

       โดยรวมแล้ว Mamma Mia ! Here We Go Again เหมือนเป็นหนังที่ออกมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของหนังภาคแรก รวมถึงหนังยังทำหน้าที่เติมเต็ม ช่องว่างพล็อตที่เหลืออยู่ ของ Mamma Mia ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ความสำเร็จของภาคสองนี้ คือการทำให้ผู้ชมยิ่งตกหลุมรัก ตัวละครดอนน่าและโซฟี มากยิ่งขึ้น จากภาคแรกที่อาจจะยังเคลือบแคลงใจถึงการที่ดอนน่ามีใจให้ผู้ชายถึง 3 คน จนไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ คือพ่อของโซฟี ในภาคนี้จะทำให้ผู้ชมเข้าใจเหตุการณ์ดังกล่าวมากยิ่งขึ้นมากๆ รวมถึง โซฟี ที่ในภาคนี้ มีความเป็นคุณแม่มากยิ่งขึ้น เพราะเธอตั้งครรภ์ ทำให้หนังภาคนี้โดดเด่นอย่างมาก เรื่องสายใยระหว่างแม่และลูก ซึ่งเป็นแกนสำคัญของหนังตั้งแต่ภาคแรกแล้ว

       สิ่งที่ทำให้ Mamma Mia ! Here We Go Again ประสบความสำเร็จไม่แพ้ภาคแรก นอกจากตัวพล็อตที่เติมเต็มเรื่องราวแล้ว ต้องขอบคุณทีมนักแสดงชุดใหญ่ ที่นำเอามนต์เสน่ห์มาสู่แต่ละตัวละคร อย่างเต็มเปี่ยม ที่โดดเด่นสุดต้องยกให้ Lily James (จาก Cinderella และ Baby Driver) ที่เข้ามารับบทดอนน่าในวัยสาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเสน่ห์ล้นจอมากๆ เรียกว่าเป็นดอนน่าแบบที่คนดูจะต้องตกหลุมรัก ยิ่งกว่าดอนน่าเวอร์ชั่น Meryl Streep ในภาคแรกเสียอีก ส่วนนักแสดงชุดใหม่คนอื่นๆ ที่มีรับบทแต่ละตัวละครในเวอร์ชันปี 1979 ต้องบอกว่านี่คือ Perfect Cast จริงๆ เลือกมาเหมือนยิ่งกว่าเหมือน ทำให้คนดูคลิกได้แบบทันที ว่าใครเป็นใครบ้างในหนังทั้งสองช่วงเวลา ไม่ได้ยากเย็นนักในการโยงเรื่อง ส่วนอีกคนที่นำพลังความเป็น Musical มาสู่หนังภาคนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม คือ Cher ในบทของยายของโซฟี แม้นักร้องระดับตำนานคนนี้ อาจจะไม่ได้มีบทบาทมากมายในหนัง แต่ซีนที่มีเธอร่วมอยู่นั้น สัมผัสได้ถึงพลังแบบสุดๆไปเลย

       Mamma Mia ภาคสองนี้ ทำหน้าที่เป็นหนัง Jukebox Musical ได้อย่างเต็มเปี่ยม หนังได้ร้อยเรียงเพลงดังๆของ ABBA มาวางไว้ตลอดทั้งเรื่องแบบไม่ติดขัดใดๆ (อาจจะลงตัวมากกว่าภาคแรกด้วยซ้ำ) หนังพยายามเขียนบทและวางคาแร็คเตอร์ให้กับตัวละครต่างๆ เพื่อเอื้อให้ใส่เพลงฮิตที่ต่างจากภาคแรก เพราะฉะนั้น เราจะได้ฟังเพลงที่ไม่ได้ฟังในภาค 1 แต่สำหรับหลายๆเพลงที่เป็นภาคบังคับ อาทิ Mamma Mia หรือ Dancing Queen เราก็จะได้เห็นในอีกอารมณ์ ในอีกรูปแบบ ที่ต่างจากภาคแรกอย่างแน่นอน (แถมบางเพลงนำเสนอในแบบ อลังการยิ่งกว่าอีกด้วย)

       โดยรวม Mamma Mia ! Here We Go Again ถือว่าเป็นภาคสองที่เผลอๆสมบูรณ์กว่าภาคแรกด้วยซ้ำ ด้วยเนื้อเรื่องที่มาเพื่ออุดรอยรั่วของภาคแรก ฉากร้องเพลงที่เขียนมาเพื่อให้คล้อยไปกับหนังมากยิ่งกว่า และทีมนักแสดงชุดใหม่ ที่มาเพื่อทำให้คนดูยิ่งตกหลุมรักหนังชุดนี้ สำหรับใครที่เป็นแฟนหนังภาคแรก บอกได้เลยว่า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM1045

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD