EFM104.5
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       อันนี้ที่จริงแล้ว ฉลามคือสัตว์ที่มีพระคุณต่อฮอลลีวู้ดอย่างมาก ย้อนกลับไปเมื่อปี 1975 สมัยที่ภาพยนตร์เรื่อง Jaws เข้าฉาย นอกจากจะได้รับการยกย่องให้เป็นหนังประเภท "เอาตัวรอดจากสัตว์ร้าย" ที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง เป็นผลงานแจ้งเกิดของผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการภาพยนตร์อย่าง Steven Spielberg หนังยังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งระดับ Blockbuster หรือทำรายได้แบบทำลายสถิติเรื่องแรกของฮอลลีวู้ดอีกด้วย ด้วยการเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในยุคนั้น

       เกริ่นกันไปซะไกล ฉลามกับฮอลลีวู้ดก็เป็นสิ่งที่วนเวียนกลับมาเจอกันแทบทุกทศวรรษ เฉกเช่นสัปดาห์นี้ ที่ฮอลลีวู้ดมีหนังเกี่ยวกับการเอาตัวรอดจากฉลามมาเข้าฉายอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้มีความแตกต่างจากเดิมไป 2 ประการ อย่างแรก คือทุนสร้างที่ดูเหมือนจะเรียก The Meg ว่าเป็นหนังฮอลลีวู้ดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะทุนสร้าง 150 ล้านเหรียญฯของหนัง มาจากสตูดิโอสัญชาติจีนอยู่ไม่น้อย ทำให้หนังมีองค์ประกอบที่เป็นจีนๆอยู่หลายอย่าง ทั้งโลเคชันในหนัง รวมถึงนักแสดงนำ ที่ดูจะตั้งใจขายตลาดเอเชียเป็นหลัก กับประเด็นที่สอง คือไซส์ของฉลาม ที่ The Meg โปรโมตตัวเอง ในฐานะหนังฉลามที่ใหญ่ยักษ์ที่สุด เท่าที่ฮอลลีวู้ดเคยสร้างหนังมา

       The Meg เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับเงินทุนจากมหาเศรษฐี ในการสำรวจใต้ทะเลลึก เพื่อหวังค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่แล้วสิ่งที่เหนือความคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาค้นพบฉลาม ที่เรียกกันว่า "เมกะโลดอน" ฉลามดึกดำบรรพ์ไซส์ยักษ์ ที่เชื่อว่าสูญพันธ์ไปแล้วเมื่อ 2,600 ล้านปีก่อน จึงเป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ กับภารกิจจับตายฉลามยักษ์ ก่อนที่มันจะออกล่ามนุษย์ และเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

       เอาเข้าจริงๆแล้ว The Meg ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ หรือแตกต่างจากหนังฉลามเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้นัก ที่ดูจะใกล้เคียงกันมากที่สุด คงจะเป็น Deep Blue Sea ที่มีความเป็นหนังวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความเป็นหนังระทึกขวัญ หนังเริ่มเรื่องด้วยการเป็นเหมือนหนังไซไฟหลายๆเรื่อง และลงเอยด้วยการเป็นหนังทริลเลอร์บนน้ำทะเล คล้ายๆกับหนังประเภทเดียวกัน

       โดยรวม The Meg ประสบความสำเร็จในแบบที่คนดูต้องการจากหนังเอาตัวรอดจากฉลาม ทั้งความสนุก ความระทึก หนังมาแบบครบสูตร หนังทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมกับหนังได้อย่างดี ตั้งแต่องค์แรกของหนัง แม้จะมาพร้อมกับบทสนทนาที่ดูผิดธรรมชาติไปหน่อย แต่ก็ถือว่าสร้างความตื่นเต้นในดี ในช่วงที่เป็นฉากแอ็กชัน ในส่วนของนักแสดงนั้น Jason Statham ก็ไม่ได้ต่างจากหนังเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้มากนัก แต่ถ้าใครเป็นแฟนหนังของพี่แกอยู่แล้ว ก็คงไปบันเทิงไปกับฉากบู๊แบบโอเว่อร์ได้ไม่ยาก ส่วนของฉากแอ็กชันยังดูเท่ห์มากๆ มีเพียงซีนดราม่าหรือซีนโรแมนติก ที่พี่แกยังดูขัดเขิน ส่วนฟากของนักแสดงนำหญิงอย่าง Li Bingbing ถือว่ามีเสน่ห์กับหนังเกินคาดเลยทีเดียว และยังดูเด็กกว่าอายุจริงมาก (ตัวจริงอายุ 45 ปีแล้ว)

       สรุป The Meg ถือว่าเป็นหนังประเภท Popcorn Flick ดูเอาบันเทิง ไม่ต้องคิดมาก ที่ทำได้สนุกตามมาตรฐาน แม้ว่าจะไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ หรือเป็นจุดสำคัญอะไรในวงการหนังแบบเดียวกับที่ Jaws เคยทำแต่สำหรับคอหนังที่ต้องการความสนุก ลุ้นระทึก ลืมโลกความเป็นจริงไปซัก 2 ชั่วโมง The Meg ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจสำหรับจุดนี้ หรือใครที่เคยชื่นชอบ Deep Blue Sea มาดูเรื่องนี้ก็ถือว่าเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อย

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM1045

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD