EFM
ข่าว

       สำหรับค่ายโซนี่ หนัง Men In Black สามภาคแรก ถือว่าเป็นทรัพย์สินชิ้นสำคัญก็ว่าได้ เพราะกวาดรายได้ให้กับค่ายหนังอย่างมหาศาล แต่ความพยายามในการเข็นภาค 4 ออกมา ดูจะเป็นเรื่องยาก เมื่อปัญหาในการสร้างเริ่มส่อแววตั้งแต่ภาคที่3 แล้ว บวกกับนักแสดงนำอย่าง วิล สมิธ ที่เริ่มหันไปสนใจโปรเจ็คอื่น มากกว่าการทำภาคนี้เรื่องนี้ไปเรื่อยๆ รวมถึง ทอมมี่ ลี โจนส์ ที่นับวันชื่อเสียงในการเรียกคนดูเข้าโรงก็ลดลง ไม่เหมือนสมัยยุค 90 อีกต่อไปแล้ว ทางแก้แรกที่ทางค่ายพยายามให้เกิดขึ้น คือการนำเอาแฟรนไชส์อย่าง Men In Black และ 21 Jump Street มาเจอกัน แม้จะเป็นไอเดียที่ดูดีน่าสนใจ และจนแล้วจนรอด มันก็ไม่เกิดขึ้นจริง จนในที่สุด Men In Black ก็เดินทางมาถึงการสร้างภาค Spin-Off เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจักรวาลเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครหลัก และเปลี่ยนโลเคชั่นของหนัง จากเดิมใน Men In Black ไตรภาคแรกจะเล่าเรื่องราวในอเมริกา คราวนี้ขยับขยายมาเล่าเหตุการณ์MIB สาขายุโรปกันบ้าง

       หนังเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของ ฮอลลี่ (รับบทโดย เทสซ่า ธอมป์สัน) สาวที่ฝังใจตั้งแต่เด็กๆว่าอยากเป็นบุรุษชุดดำ หลังจากสมัยตอนเธอยังเล็ก ได้บังเอิญเจอเหล่า MIB และเอเลี่ยนโดยบังเอิญ แล้วรอดจากการถูกลบความจำไปได้ ทำให้เธอฝึกฝนตัวเอง และหาทุกวิธีให้เข้าสู่องค์กรนี้ให้ได้ และเพื่อทดลองงาน เธอจึงถูกส่งไปยังสำนักงาน MIB สาขาลอนดอน ได้ไปเจอกับ ไฮที (รับบทโดย เลียม นีสัน) บอสใหญ่ของที่นั้น ที่มอบหมายให้เธอได้ลองทำงานกับ เอเจนท์ เอช (รับบทโดย คริส เฮมสเวิร์ธ) สายลับดาวรุ่งของที่นั่น เพื่อสืบเรื่องราวเกี่ยวกับการลอบสังหารเอเลี่ยนในราชวงศ์สำคัญ ที่เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจจะกระทบความมั่นคงของโลกมนุษย์ แต่ยิ่งสืบ พวกเขายิ่งพบว่า มีคนในองค์กร MIB อาจเป็นหนอนบ่อนไส้ เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ร้ายในครั้งนี้

       Men In Black ภาคใหม่นี้ แม้จะมาพร้อมกับตัวละครใหม่ สถานที่ใหม่ แต่อันที่จริงแล้ว มันคือ "เหล้าเก่าในขวดใหม่"เพราะเนื้อแท้ของหนังนั้น ส่วนเป็นสูตรสำเร็จแบบเดิมทั้งสิ้น เค้าโครงจริงๆมันคือหนังตำรวจคู่หูสไตล์เก่าที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมากในยุค 80-90 แล้วห่อหุ้มด้วยความเป็นหนังแฟนตาซีเอเลี่ยน เปลี่ยนคนร้ายจากแก๊งมาเฟีย ให้กลายเป็นมนุษย์ต่างดาว ซึ่งสูตรนี้ถือว่าแปลกใหม่อย่างมากเมื่อปี 1997 ยุคสมัยที่หนังภาคแรกออกฉาย แต่เมื่อหนังภาคนี้ยังคงหยิบเอาสูตรเดิม มาปรุงใหม่ แม้จะใส่นักแสดงที่กำลังได้รับความนิยม เปลี่ยนโลเคชั่นให้แปลกตากว่าเดิม แต่ดูเหมือนว่า อาจจะยังไม่เพียงพอ สำหรับความสดที่คนดูต้องการในยุคสมัยนี้

       องค์ประกอบที่ดูเหมือนจะเป็นข้อดีสำหรับหนัง Men In Black : International คือนักแสดงนำ เริ่มจากเคมีระหว่างสองตัวละครหลักอย่าง คริส เฮมสเวิร์ธ และเทสซ่า ธอมป์สัน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ากัน แบบเดียวกับที่หนังตลกคู่หูเรื่ีองอื่นๆเป็น ซึ่งจากผลงานก่อนหน้าทั้ง Thor : Ragnarok และ Avengers : Endgame ดูเหมือนจะการันตีเรื่องความเข้าขากันของทั้งคู่ได้ ซึ่งใน Men In Black ภาคนี้จะเป็นเช่นนั้น แม้บทหนังจะไม่ส่งมากเท่าสมัยThor แต่ก็ถือว่าทั้งคู่เอาตัวรอดไปได้ แต่สีสันที่แท้จริงของหนังคือ คูมาล นานจิอานิ (จากThe Big Sick) ที่พากย์เสียงเป็นเอเลี่ยนที่อยู่กับสองนักแสดงนำตลอดเวลา ตัวละครนี้เรียกเสียงฮาและขโมยซีนได้มากที่สุด แต่ที่น่าเสียดายที่สุด คงเป็นสองนักแสดงรุ่นใหญ่ เริ่มจาก เอ็มม่า ธอมป์สัน ในบทหัวหน้าใหญ่ MIB ศูนย์นิวยอร์ก ที่เธอทำได้ดีมากๆในบทนี้ แต่บทน้อยไปหน่อย ในขณะที่ เลียม นีสัน มีบทเยอะกว่า แต่กลับไม่สามารถสร้างสีสัน หรือมีเสน่ห์ได้มากเท่าหนังที่ลุงแกรับบทนำแบบเต็มๆ อีกหนึ่งข้อดีของหนัง คือความแปลกใหม่ในองค์ประกอบเล็ๆน้อยๆ ที่เข้ามาสร้างความตื่นตาได้เรื่อยๆตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีต่างๆในหนัง ทั้งยานพาหนะและอาวุธต่างๆ ที่เว่อร์วังอลังการ สร้างความว้าวได้เรื่อยๆ

       แต่ปัญหาหลักของหนัง ก็คือเรื่องโครงและบทภาพยนตร์นี่แหละ ด้วยความที่หนังยึดโครงเดิม สูตรสำเร็จแบบเดิมๆ ทำให้ความแปลกใหม่ในเชิงโครงสร้างขาดหายไป ถ้าจะสังเกตุให้ดี ยุคหลังๆมานี้ หนังที่พยายามทำสไตล์ตำรวจคู่หู หาที่เวิร์กได้ยากมากๆ เช่นเดียวกับเรื่องนี้ แถมบทพยายามยังบิ้วสถานการณ์ในหนังได้ไม่ค่อยขึ้น ลำดับความตื่นเต้นตั้งแต่ต้นจนจบ ถือว่าอยู่ในระดับที่น้อยมากๆ แทบจะราบเรียบเป็นระดับเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงบทภาพยนตร์ที่วางพล็อตได้แอบยุ่งเหยิงพอสมควร ซึ่งหนังบล็อคบัสเตอร์ระดับนี้ อาจจะต้องวางเรื่องให้ง่ายกว่านี้ และใส่รายละเอียดพวกมุกหรือสร้างซีนต่างๆให้ชวนตื่นเต้นมากกว่า

       สรุปแล้ว Men In Black : International ดูเหมืิอนจะเป็นหนัง Spin-Off ที่สร้างความแปลกใหม่ได้ไม่มากพอที่คอหนังคาดหวังไว้ หนังยังคงโครงเรื่องแบบเดิมๆไว้เยอะ ใส่องค์ประกอบใหม่ๆไปเท่าที่ทำได้ ทำให้รสชาติอาจจะยังไม่ต่างจากเดิม ใครที่ชื่นชอบหนังสไตล์ MIB ไตรภาคเก่า ก็น่าจะเพลิดเพลิน แต่ในแง่ของการต่อยอด หลังจากดูภาคนี้จบ ยังไม่มั่นใจว่าอนาคต MIB ต่อจากนี้ จะสามารถไปต่อได้อีกหรือไม่

(ให้ 7 คะแนนเต็ม 10)

RELATED ข่าว
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD